[Fic] YEsung x RYEOwook : Friend C4 END
posted on 04 Nov 2011 18:28 by dkp0onye
นิ้ง น่อง นิ้ง น่อง
เยซองกดกริ่งหน้าบ้าน ก่อนจะยืนรอ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาเลยว่าคนในบ้านจะออกมาเปิด เยซองขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย ก่อนจะตัดสินใจปีเข้าไปในบ้านอย่างถือสิทธิ์
ตุบ
เยซองกระโดนลงมาที่พื้นอย่างง่ายดาย ก็รั้วมันไม่ได้สูงเท่าไหร่เลยนี่นะ ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูทันที
แกร๊ก
เยซองหมุนลูกปิด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยง่าย ไอ้บ้านี่ไม่ระวังตัวเลย เยซองคิดอย่างไม่ค่อยพอใจ
เยซองคลำหาสวิตไฟ เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการเดิน
ไฟสว่างขึ้น แต่ก็ยังคงไร้เงาของเจ้าของบ้าน นี่ไม่มีใครอยู่เลยใช้มั้ย เยซองคิดอย่างฉงน ก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ตรงไปยังห้องที่มีป้ายหน้าห้องติดไว้ว่า ‘เรียวอุค’
เยซองเปิดประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา คนที่ตามหากำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม เยซองจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างเตียง เตียงที่ยุบลงเล็กน้อย ปลุกให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย ความร้อนจากคนที่นอนอยู่แผ่มาถึงตัวเค้าอย่างจัง
ไม่สบาย เยซองคิด ก่อนจะยกมือไปวางลงบนหน้าผากมน ความร้อนที่มากเกินปกติ ทำให้เยซองยกมือออกอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันที่เค้าจะลุกไปไหน คนที่นอนอยู่ก็คว้าแขนของเขาเอาไว้ซะก่อน
“อย่าไป” เรียวอุคพูดเสียงเบาอย่างเหนื่อยอ่อน
“มึงไม่สบาย กูจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้” เยซองบอก ก่อนจะจับมือเรียวอุคไปวางไว้ข้างตัว แล้วเยซองก็ลุกไปจัดเตรียมของเพื่อจะนำมาเช็ดตัวให้คนที่นอนอยู่
“อือ” เรียวอุคครางเบาๆ เมื่อความเย็นจากผ้าเช็ดไปตามแขน ก่อนจะเช็ดไปทั่วร่างกาย ทำให้ความร้อนในร่างกายลดลงมาเล็กน้อย
“เอ้า กินยาซะ” เยซองบอก ก่อนจะยื่นยาพารามาให้สอง เรียวอุครับมาก่อนจะส่งเข้าปากไปอย่างว่าง่าย เยซองยิ้ม ก่อนลูบหัวเรียวอุคเบาๆ
“นอนซะ จะได้หายไวๆ” เยซองบอก ก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่กลับถูกมือเรียวอุคคว้าชายเสื้อเอาไว้ซะก่อน เยซองจึงกลับไปนั่งลงที่เดิม
“อยู่ด้วยกันก่อนได้มั้ย” เรียวอุคพูดเสียงเบาหวิว
“เฮ้อ” เยซองถอนหายใจ ก็คนตรงหน้าน่ะสิ แม้ว่าจะป่วยแต่ก็ไม่วายยังยั่วเค้าได้ จะผิดมั้ยนะ ถ้าเค้าจะจูบคนป่วย
“เรียวอุค กูจูบมึงได้มั้ย” เยซองขอ ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ เรียวอุคมองก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น
“แต่กูไม่สบาย เดี๋ยวมึงก็ติดหรอก” เรียวอุคว่า แต่ไม่ได้ปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรหรอกน่า กูแข็งแรงจะตาย แล้วถ้าเกิดกูติดมึงจริง ก็คิดซะว่าแบ่งๆกันไป” เยซองอธิบายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโน้มตัวไปจูบเรียวอุคอย่างไม่รอฟังคำค้าน
เยซองส่งลิ้นชื้นเข้าไปควานหาความหวานจากโพรงปากอุ่นของเรียวอุคอย่างโหยหา จูบที่นุ่มนวลและอ่อนหวานค่อยๆดูดดื่มขึ้นตามแรงอารมณ์ของคนชักนำ เรียวอุคได้แต่ครางเบาๆอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่เยซองจะถอนจูบออกมาอย่างเสียดาย
เค้าไม่ควรทำอะไรคนตรงหน้ามากไปกว่านี้ เพราะเดี๋ยวจะเป็นเค้าเองที่จะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เค้า... คงจะหลงรักคนตรงหน้าเข้าแล้วจริงๆ
เรียวอุคหอบหายใจแรงๆ ก่อนจะกอบโกยอากาศเข้าไปในปอด เรียวอุคนอนนิ่ง ก่อนจะเหลือบไปมองคนข้างตัว เมื่อกี๊มันอะไรกัน สายตาที่เหมือนอยากจะกินเค้าเมื่อกี๊ เรียวอุคคิดด้วยหัวใจที่เต้นรัว
“นอนซะ กูจะนั่งอยู่นี่แหละ” เยซองบอก ก่อนจะไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง เรียวอุคเลยพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะพล่อยหลับไปด้วยพิษไข้
“หวัดดี เป็นไงมึง ไม่เจอหน้าตั้งนาน” คังอินทักขึ้น เมื่อวันนี้เรียวอุคโผล่หน้ามา
“อืม กูไม่สบายเฉยๆ” เรียวอุคบอกถึงเหตุผล ไอ้ไม่สบายน่ะมันก็แค่เมื่อวานเท่านั้นแหละ แล้วดูเหมือนว่าวันนี้มันจะหายดีซะแล้วสิ อาจเป็นเพราะใครอีกคน
แล้วก่อนหน้านั้นที่เค้าหายไปก็เพราะแค่รู้สึกว่า ไม่อยากจะเจอหน้าใครบางคน แต่พอไม่เจอแล้วมันก็กลับคิดถึงซะงั้น เฮ้อ คงต้องยอมรับแล้วล่ะว่าผมคงจะชอบมันจริงๆ ให้ตายเถอะ เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ไม่เคยคิด แล้วทำไมมันจะต้องมาคิดตอนนี้ด้วยวะ
“ออ แล้วมึงหายดีแล้วใช่มั้ยเนี่ย” คยูฮยอนถามขึ้น เมื่อตอนนี้เพื่อนเค้าคงอาการดีขึ้นมากแล้ว ไม่งั้นมันคงไม่มาเรียน
“อืม สบายมากมึง ฮ่าๆๆ” เรียวอุคบอก ก่อนจะหัวเราะเสียงดัง เป็นการยืนยัน
“แล้วนี่ ไอ้เยซองมันไปไหนวะ ทำไมมันยังไม่มาซักที” คังอินพูด พร้อมกับชะเง้อชะแง้มองหาเพื่อนที่ตัวเองพูดถึง
“กูอยู่นี่” เยซองที่เดินมาข้างหลังคังอินพูดขึ้น ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างเรียวอุค เรียวอุคเหลือบมองเยซองทางหางตา แล้วก็นึกไปถึงเมื่อคืน ถ้าเกิดว่าเยซองไม่หยุดมันคง... แค่คิด เรียวอุคก็หน้าแดงอย่างไร้สาเหตุ
“พวกมึงสองคนเป็นอะไรกันรึเปล่าวะ” คยูฮยอนถามขึ้นอย่างสงสัย หลังจากนั่งพิจารณาพฤติกรรมของเรียวอุคเมื่อครู่ มันต้องมีอะไรแน่ๆ
“ห๊ะ” เรียวอุคอุทานอย่างตกใจ
“ก็เป็นอย่างที่เห็น มึงจะถามทำซาก” เยซองพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“กูว่ามันต้องเป็นอะไรที่มากกว่านี้ มึงไม่ต้องปิดพวกกูเลย” คยูฮยอนพูดขึ้นอีก “พวกมึงแอบคบกันใช่มั้ย”
“พวกกูยังไม่ได้คบกันเว้ย มันยังไม่ตกลงเลย” เยซองว่า ก่อนจะชี้ไปที่คนข้างตัว
“เฮ้ย งั้นพวกมึงสองคนก็...” คังอินที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้นอย่างตกใจ ไม่เคยสังเกตมากก่อนเลยจริงๆ ส่วนคยูฮยอนที่ได้ยินเยซองบอก ก็คว้าคอเรียวอุคไปกระซิบใกล้ๆ
“เฮ้ยมึง กูจะบอกอะไรให้ ไอ้เยซองมันเหมือนจะชอบมึงมาซักพักแล้ว แต่มึงก็น่าจะรู้ว่ามันพูดไม่เก่ง กูว่า มึงตกลงไปเถ๊อะ” คยูฮยอนกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน
“ไอ้บ้า เรื่องของกู” เรียวอุคกระซิบกลับ ก่อนใบหน้าจะเริ่มซับสีเลือดมากขึ้น
“ก็มึงเป็นเพื่อนกูนี่หว่า แล้วกูก็รู้มาอีกว่า มึงก็ชอบมัน” คยูฮยอนพูดต่อไปอีก ใบหน้าที่เริ่มแดงของเรียวอุค ตอนนี้เลยแดงจัดกว่าเก่า
“พูดมากจริงมึงนี่” เรียวอุคพูดแก้เขิน แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรไอ้คนปากมาก ก็มีมือมาจับเค้าแยกออกจากคยูฮยอนซะก่อน
“พวกมึงกระซิบกระซาบอะไรกัน” เยซองพูดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่คยูฮยอนกลับหัวเราะอย่างชอบใจ ก็ไอ้เพื่อนคนนี้มันกำลังหวงเรียวอุคน่ะสิ
“ก็ไม่เห็นได้คุยอะไรเลย เนอะๆ” คยูฮยอนปฏิเสธก่อนจะหันไปยักคิ้วให้เรียวอุค
“ไม่คุยด้วยแล้ว พวกมึงนี่” เรียวอุคว่า ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินจากไป
“ไอ้เยซอง กูว่านะ มึงก็เผด็จศึกเลย” คยูฮยอนพูดขึ้นหลังจากที่เรียวอุคเดินออกไปซักพัก
“มึงจะบ้ารึไง ไอ้หมอนั่นได้เกลียดกูตาย” เยซองว่า ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย
“ใช่ เดี๋ยวพวกมันก็มองหน้ากันไม่ติดหรอกมึง” คังอินที่ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกับเยซองพูดขึ้น ก่อนจะตบลงที่กระบาลของเพื่อน
“ตบลงมาได้ไอ้เหี้ย กูอุตส่าจะช่วยให้เพื่อนสมหวัง” คยูฮยอนพูดแก้ตัว ก่อนจะลูบหัวตัวเองป้อยๆ
“กูมีวิธีของกู มึงไม่ต้องมาช่วยหรอก” เยซองบอก ก่อนจะเหม่อมองฟ้าไป
“กูว่ามันอาการหนักว่ะ” คังอินหันไปพูดกับคยูฮยอน
“นั่นดิวะ กูถึงได้จะช่วยมันไง” คยูฮยอนพยักหน้ารับ เมื่อมองอาการของเพื่อนที่เดี๋ยวนี้มันมักจะเหม่ออยู่บ่อยๆ
“แล้วมึงจะช่วยมันยังไง” คังอินถาม
“เอ่อ... ไม่รู้ว่ะ” คยูฮยอนตอบ
“ไอ้เยซองงงงงง” เรียวอุคตะโกนเรียกเยซองที่นั่งอยู่คนเดียวเสียงดัง ก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ แล้วส่งยิ้มหวานไปให้
“มีอะไร” เยซองถามอย่างสงสัย ทำไมมันยิ้มหวานแปลกๆ
“คิกๆ วันนี้กูขอไปนอนคอนโดฯมึงนะ” เรียวอุคขอ ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้อีก
“มึงจะมาก็มา มึงจะมาขอทำไม แล้วทำไมมึงถึงจะมา?” เยซองบอก ก่อนจะถามกลับ นับวันผมท่าจะอาการหนัก เดี๋ยวนี้ปฏิเสธอะไรมันไม่ค่อยลง
“ก็พ่อกับแม่อ่ะดิ ไปเที่ยวไม่ยอมกลับซักที กูไม่อยากอยู่คนเดียว” เรียวอุคว่า
“พ่อกับแม่มึง เที่ยวจนลืมลูกแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ” เยซองแซวอย่างอารมณ์ดี
“มึงอย่าพูดดิ กูยิ่งกลัวๆอยู่” เรียวอุคว่า ก่อนจะหันไปตีแขนเยซองเบาๆ “ไปกันเลยเถอะ เดี๋ยวกูทำอะไรอร่อยๆให้กิน” เรียวอุคพูดต่อ
“เออๆ” เยซองเลยลุกเดินนำไปที่รถ
“เฮ้อ” เรียวอุคถอนหายใจเบาๆ เมื่อนึกไปถึงตอนเช้าที่คยูฮยอนบอก
“เฮ้ยมึง กูจะบอกอะไรให้ ไอ้เยซองมันเหมือนจะชอบมึงมาซักพักแล้ว แต่มึงก็น่าจะรู้ว่ามันพูดไม่เก่ง กูว่า มึงตกลงไปเถ๊อะ”
“ไอ้บ้า เรื่องของกู”
“ก็มึงเป็นเพื่อนกูนี่หว่า แล้วกูก็รู้มาอีกว่า มึงก็ชอบมัน”
“พูดมากจริงมึงนี่”
มันก็ถูกอย่างที่ไอ้คยูฮยอนมันว่า เพราะฉะนั้นวันนี้แหละ เค้าจะต้องบอกออกไปซักที เก็บไว้นานๆ เค้าเองก็ไม่ค่อยสบายใจ แล้วก็ดูเหมือนคนข้างๆเค้าก็จะไม่สบายใจเหมือนกัน
“เป็นอะไร” เยซองถามอย่างสงสัย
“เปล่า แค่คิดอะไรนิดหน่อย” เรียวอุคตอบเลี่ยงๆ ก่อนจะพูดต่อ “มึง แวะซื้อของก่อนนะเว้ย ห้องมึงแมร่งมีแต่ไข่”
“เออๆ มึงอยากซื้ออะไรก็ซื้อ” เยซองบอกก่อนจะขับรถต่อไป
“นี่ มึงจะซื้ออีกนานมั้ย กูเบื่อแล้ว” เยซองบ่น เมื่อพวกเค้าสองคนเดินซื้อของกันมานานแสนนาน
“บ่นจริงมึงนี่” เรียวอุคหันไปว่า ก่อนจะกวาดสายตามองไปตามของข้างหน้า เอาน้ำอะไร หรือว่าจะเอานมดี ระหว่างที่เรียวอุคกำลังตัดสิใจนั้น เยซองก็คว้าเบียร์ใส่รถเข็นไปซะงั้น
“มึงไม่ต้องดูนมหรอก มึงคงไม่สูงไปกว่านี้แล้วแหละ” เยซองว่า ก่อนจะหันมายักคิ้วให้อย่างล้อเลียน ไอ้บ้านี่ ว่าเค้าเตี้ย
“มึงก็แดกแต่เบียร์แหละ” เรียวอุคสวน ก่อนจะเดินหนีไป เยซองเลยเข็นรถตามไป
“โอย พอเถอะ กลับๆๆ” เยซองบ่นอย่างเบื่อหน่าย
“เออๆ บ่นมากจริงมึง” เรียวอุคว่า ก่อนจะเดินนำไปที่เค้าเตอร์
เรียวอุคที่ขึ้นมาบนห้องเยซองแล้วก็เข้าครัวไปทำอาหารทันที ส่วนเยซองก็ไปอาบน้ำรอฆ่าเวลา เพราะกว่าจะได้กินเค้าก็คงอาบน้ำเสร็จพอดี
“มึงทำอะไรเยอะแยะเนี่ย” เยซองที่เดินมานั่งที่โต๊ะบ่น เมื่อเห็นอาหารสามสี่อย่าง แต่เค้ากินกันแค่สองคน
“ก็มันทำเกินอ่ะ” เรียวอุคบอกแก้ตัว ที่จริงเค้าก็แค่ทำเพลินไปนิดนึง “มึงก็กินให้หมดแล้วกัน” เรียวอุคว่าต่อ
“เออๆ” เยซองเออ ออ ก่อนจะเริ่มกินอาหารตรงหน้าไปพร้อมๆกับเรียวอุค แล้วเรียวอุคก็ชวนคุยสารพัด วันนี้คนตรงหน้าเค้ามันพูดมากแปลกๆ
“เดี๋ยวกูไปอาบน้ำก่อน มึงอย่างเพิ่งหลับล่ะ กูมีอะไรจะบอก” เรียวอุคพูดขึ้น หลังจากที่ล้างจานเสร็จ
“เออๆ เร็วๆแล้วกันมึง” เยซองรับคำ ก่อนจะเดินไปนั่งดูทีวีรอ มันยังจะมีเรื่องมาพูดกับเค้าอีกเหรอเนี่ย
แต่ที่จริงวันนี้ เค้าก็มีเรื่องอยากจะพูดกับเรียวอุคเหมือนกัน ไม่อยากจะเก็บเอาไว้ให้มันค้างคาใจอีกแล้ว
เรียวอุคเดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดราวกับเรียกพลัง สู้ๆเรียวอุค แค่นี้นายทำได้อยู่แล้ว
“เยซอง” เรียวอุคเรียกเสียงเบา แต่คนตรงหน้าคงไม่ได้ยิน เรียวอุคเลยเดินไปนั่งลงข้างๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีก “กูมีอะไรจะบอก”
“...” เยซองเงียบฟังอย่างตั้งใจ แต่เรียวอุคก็ยังคงเงียบ เยซองเลยพูดขึ้นบ้าง
“กูก็มีอะไรจะบอกมึง”
เรียวอุคเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะเอียงหัวอย่างสงสัย “งั้นมึงบอกก่อน” เรียวอุคที่ยังทำใจไม่ได้ เลยโบ้ยให้เยซองก่อน แล้วถ้ามันจะบอกว่า มึงคิดมากไป กูไม่ได้คิดอะไรกับมึงล่ะ
“เรียวอุค กู...” เยซองที่กำลังจะบอกก็โดนเรียวอุคพูดแทรกขึ้นซะก่อน
“เดี๋ยวๆๆ กูพูดก่อนดีกว่า” เรียวอุคบอกห้าม ก่อนจะเอาวางทาบไว้ที่หน้าอก ก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ
“กู... กู... ชอบมึง” เรียวอุคบอก ก่อนจะรีบก้มหน้าหลับตาปี๋ เค้ายังไม่อยากเห็นหน้าของเยซองตอนนี้ เผื่อมันบอกปฏิเสธล่ะจะทำยังไง
“มึงจะก้มหน้าทำไมเนี่ย เงยหน้าสิ” เยซองพูดอย่างขัดใจ
“ไม่เอา เดี๋ยวมึงก็ปฏิเสธกู” เรียวอุคว่า พร้อมกับส่ายหัวแรงๆ เยซองมองยิ้มๆ ก่อนจะคว้าตัวเรียวอุคเข้ามากอด
“กูจะปฏิเสธมึงทำไมเล่า กูเคยบอกมึงแล้วไม่ใช่รึไง” เยซองกระซิบข้างหู ทำให้เรียวอุคหน้าแดงซ่าน
“แต่มึงพูดกำกวมนี่หว่า” เรียวอุคเถียง
“หึหึ งั้นเอาตรงๆนะ” เยซองว่า ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูเสียงเบาหวิว
“กูรักมึง”